2005/Oct/02

อดีตคือสิ่งที่เราสามารถนำมาเป็นบทเรียนของอนาคต
แต่เราต้องไม่เอาอดีตมาเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา

เมื่อเรายอมให้อดีตมามีอำนาจเหนือเราในสิ่งที่เรากระทำในปัจจุบัน
อดีตจะเข้ามาครอบงำการกระทำของเราแทนที่จะเป็นตัวเราเอง
โชคไม่ดีนักที่บ่อยครั้งคนเราปล่อยให้อดีตมีผลต่อพวกเขา

โดยไม่ได้ตระหนักว่ามันได้สร้างความเสียหายแค่ไหนกับชีวิต

กี่ครั้งกี่หนที่เราเคยได้ยินใครบางคนพูดว่า
เขาจะไม่ยอมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนั้นอีก

เพราะไม่อยากจะต้องเจ็บปวด

แม้ว่ามันอาจฟังดูมีเหตุมีผลในการหลีกเลี่ยงสิ่งที่

หรือคนที่จะมีแนวโน้มหลอกลวง ทำร้าย หรือโกหกคุณ
แต่เมื่อคนเราเริ่มเปรียบเทียบทุกสิ่งทุกอย่างกับอดีตที่ผ่านมา

มันก็เหมือนกับการยอมให้อดีตมีอำนาจเหนืออนาคตของเรา
เหมือนกับการเอาตัวไปอยู่ใต้อำนาจของคน

ที่เคยทำให้เราเจ็บปวดในอดีตอีกครั้ง

เพียงแต่คราวนี้มันเป็นเงาของอดีตที่คอยหลอกหลอน

เพราะตัวเราไม่ยอมสลัดมันทิ้ง

เมื่อรู้ว่าอะไรมีผลต่อการกระทำของคุณในปัจจุบัน
ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราต้องเรียนรู้ที่จะสลัดอดีตทิ้งเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าไม่สามารถที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับใคร

เพราะเหมือนมีอดีตตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา
สิ่งแรกที่จะปลดปล่อยตัวคุณก็คือ

การเรียนรู้เกี่ยวกับอดีตของคุณอย่างถ่องแท้
คุณต้องเริ่มที่จะสัมผัสส่วนลึกในใจ

คุณ เริ่มจากการเขียนบันทึกประจำวันและเดินปล่อยอารมณ์เป็นประจำ
สองสิ่งนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญมากในการช่วยคุณหลุดพ้นจากอดีต

ยามที่คุณอยู่ตามลำพังเมื่อไม่มีเสียงรบกวนจากคนรอบข้าง
นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการค้นหาตัวเอง

แม้ว่าคุณพบว่ามันยากมากในการเจียดเวลาเพื่อทำกิจกรรมทั้งสองนี้

แต่จริง ๆ แล้วกิจกรรมทั้งสองใช้เวลาเพียง 30 นาทีต่อวัน
โดยแบ่งเป็นการเดินปล่อยอารมณ์ 15 นาที

และเขียนบันทึกอีก 15 นาทีเท่านั้น

เพื่อให้กิจกรรมทั้งสองนี้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของทำ

จงจำไว้ว่าระหว่างการเดินต้องจดจ่อสมาธิไปกับสิ่งแวดล้อม
ใช้เวลาในการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ลองดูดอกไม้ที่บานข้างทาง
กิ่งไม้ไหวเอนตามลม สีสันของบ้านเรือน ฯลฯ
จุดประสงค์ในการเดินก็เพื่อที่คุณจะได้ให้ความสนใจ

กับสิ่งรอบข้างมากขึ้นกว่าการจดจ่อแต่เพียงเรื่องในอดีต

ในทางกลับกันวัตถุประสงค์ในการเขียนบันทึกประจำวัน

กลับเป็นการขุดคุ้ยตัวคุณเองอย่างละเอียด
จำไว้สิ่งที่คุณเขียนไม่มีผิดหรือถูกหรอก ก็แค่เขียนมันออกมา
และอย่าเอาบันทึกนี้ไปให้ใครดูเป็นอันขาด

มันเป็นสิ่งที่คุณควรจะเก็บไว้เป็นส่วนตัว

นำบันทึกนี้กลับมาอ่านซ้ำไปมาเมื่อเวลาผ่านไป

คุณจะค้นพบความรู้สึกต่าง ๆ ของคุณจากสิ่งที่คุณเขียนในบันทึก

หลังจากปฏิบัติกิจกรรมทั้งสองนี้เป็นประจำ
ลองสังเกตความแตกต่างที่เกิดขึ้นกับตัวคุณ

รวมทั้งมุมมองที่เปลี่ยนไปรวมถึง
เรื่องของความรักด้วย

ขั้นตอนต่อไปในการปลดปล่อยคุณจากเงาอดีตก็คือค้นหาให้ได้ว่าทำไมมันถึงอยู่ที่นั่น
จงตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมจากคำ
ถามพวกนี้

1. คุณรักเขาคนนั้นคนเดียวหรือ
2. มันเป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันหรือไม่
มีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นฝ่ายให้ มันมีผลกระทบทางลบกับคุณหรือไม่
3. คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากความสัมพันธ์ครั้งที่ผ่านมาแล้วบ้าง
4. นิสัยแบบไหนของคนรักคนก่อนที่คุณไม่อยากเจออีกในอนาคต
5. นิสัยแบบไหนของคนรักคนก่อนที่คุณอยากเจออีกในอนาคต
6. มีสิ่งไหนที่คุณหวังจะไม่ทำซ้ำอีกเหมือนที่เคยทำกับคนรักเก่า
7. มีสิ่งไหนที่คุณหวังจะทำซ้ำอีกเหมือนที่เคยทำกับคนรักเก่า
8. คุณคิดว่าการเปลี่ยนแปลงแบบไหนที่จะทำให้คุณมีความสุขในขณะนี้

หลังจากตอบคำถามเหล่านี้แล้ว ขอให้ทบทวนมันอีกหลาย ๆ ครั้งอย่างระมัดระวัง
เขียนทุกอย่างที่คุณต้องการและนึกได้ลง
ไปให้หมด จำไว้ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตรักของคุณเท่านั้น

ขั้นตอนท้ายสุดคือการให้อภัยและลืมความหลัง
คุณจะไม่สามารถก้าวต่อไปถ้ายังยึดติดกับอดีต ยอมรับว่าเรื่องในอดีตคุณ
ได้ทำดีที่สุดแล้วอย่างสุดความสามารถ
ถ้ามันยังไม่ดีพอก็อย่าไปนึกโทษตนเองหรือยึดติดกับมัน เชื่อมั่นในตนเองว่าได้
ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วและไม่มีใครสามารถทำให้คุณมีความสุขได้มากเท่าตัวคุณเอง

2005/Sep/30

ค ว า ม รั ก ต้ อ ง ม า จ า ก ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง ค น ส อ ง ค น..

อ ย่ า ใ ห้ ใ ค ร ค น ใ ด ค น ห นึ่ ง ห ยิ บ ยื่ น

แ ต่ อี ก ค น ห นึ่ ง ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร

ค ว า ม รั ก เ ป็ น เ พี ย ง ส า ย ใ ย บ า ง ๆ

ที่ มั น ถู ก ห ล่ อ ห ล อ ม ขึ้ น จ า ก ค ว า ม รู้ สึ ก ต่ า ง ๆ

ทั้ ง ค ว า ม อ า ท ร

ห่ ว ง ใ ย

ห่ ว ง ห า

คิ ด ถึ ง

ค ว า ม อ ด ท น จ ะ ทำ ใ ห้ อุ ป ส ร ร ค ต่ า ง ๆ ผ่ า น พ้ น ไ ป ไ ด้ ด้ ว ย ดี

ค ว า ม พ ย า ย า ม จ ะ ทำ ใ ห้ เ ร า ส อง ค น ยั ง ค ง อ ยู่

ค ว า ม ไ ว้ ใ จ จ ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม รั ก ข อ ง เ ร า แ ข็ ง แ ก ร่ ง

ค ว า ม ซื่ อ สั ต ย์ จ ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม รั ก ข อ ง เ ร า มั่ น ค ง

ค ว า ม เ ส ม อ ต้ น เ ส ม อ ป ล า ย

จ ะ ทำ ใ ห้ ค ว า ม รั ก ข อ ง เ ร า ส ว ย ง า ม

แ ล ะ สุ ด ท้ า ย ค ว า ม รั ก ก็ จ ะ ก่ อ ตั ว ขึ้ น เ ป็ น ค ว า ม ผู ก พั น

สิ่ ง เ ห ล่ า นี้ จ ะ ทำ ใ ห้ ส า ย ใ ย บ า ง ๆ ข อ ง ค ว า ม รั ก

ก ล า ย เ ป็ น เ ชื อ ก เ ส้ น ห น า

ที่ ผู ก ค น ส อ ง ค น ไ ว้ ด้ ว ย กั น

มั น จ ะ เ ป็ น เ ชื อ ก ที่ มั ด เ ร า ไ ว้ ด้ ว ย กั น

เ ป็ น เ ชื อ ก ที่ ทำ ใ ห้ เ ร า ไ ม่ อึ ด อั ด

เ ร า จ ะ ไ ม่ ดิ้ น ร น ที่ จ ะ พ ย า ย า ม ห ลุ ด อ อ ก จ า ก เ ชื อ ก เ ส้ น นี้

เ มื่ อ ไ ด้ เ จ อ ค ว า ม รั ก ที่ ดี แ ล้ ว

จ ง ทำ ใ ห้ เ ข า รู้ สึ ก ว่ า เ ข า ไ ม่ ไ ด้ อ ยู่ ค น เ ดี ย ว

อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ข า โ ด ด เ ดี่ ย ว

อ ย่ า ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ข า เ ดี ย ว ด า ย

คิ ด ถึ ง สิ่ ง ดี ๆ ที่ เ ร า เ ค ย มี กั น

อ ย่ า ลื ม วั น แ ร ก ๆ ที่ เ ร า รู้ สึ ก กั บ ค น ๆ นี้

เ ข า เ ป็ น ค น ดี ที่ สุ ด แ ล้ ว สำ ห รั บ เ ร า

พ ย า ย า ม รั ก ษ า เ ข า ไ ว้

เ พ ร า ะ เ มื่ อ เ ข า ห ลุ ด ล อ ย ไ ป แ ล้ ว

เ ร า จ ะ ไ ม่ ส า ม า ร ถ เ รี ย ก ค ว า ม รู้ สึ ก ต่ า ง ๆ ก ลั บ ม า ไ ด้ อี ก

เ มื่ อ เ ว ล า ที่ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ย้ อ น เ ดิ น ก ลั บ ไ ป ไ ด้ อี ก

ทำ ปั จ จุ บั น ใ ห้ ดี ที่ สุ ด

เ พ ร า ะ อ ดี ต แ ก้ ไ ข อ ะ ไ ร ไ ม่ ไ ด้ อี ก แ ล้ ว

อ ย่ า ทิ้ ง หั ว ใ จ ข อ ง คุ ณ ไ ว้ กั บ อ ดี ต

อ ย่ า คิ ด ว่ า อ ดี ต ไ ม่ มี วั น ห ว น คื น

อ ย่ า คิ ด ว่ า ไ ม่ มี พ รุ่ ง นี้

อ ย่า ลื ม บ ท เ รี ย น ข อ ง เมื่ อ ว า น

ทุ ก ชี วิ ต ยั ง มี ค ว า ม ห วั ง อ ยู่ เ ส ม อ

จ ง ป ล่ อ ย ใ ห้ ชี วิ ต ดำ เ นิ น ต่ อ ไ ป . .

วั น ห นึ่ ง ถ้ า ชี วิ ต ห ว น คื น ม า สู่ ท า ง ส า ย เ ก่ า . .

ที่ เ ค ย ทำ ใ ห้ คุ ณ มี ค ว า ม สุ ข ร ะ ห ว่ า ง เ ดิ น ท า ง ใ น แ ต่ ล ะก้ า ว

. . จ ง อ ย่ า เ ดิ น เ ลี่ ย ง มั น ไ ป อี ก

เ พ ร า ะ น้ อ ย นั ก ที่ ถ น น ส า ย เ ดิ ม ยั ง ค ง ส ภ า พ เ ดิ ม

เ พื่ อ ร อ ใ ห้ คุ ณ เ ดิ น ย้ อ น ก ลั บ ม า . .

ล อ ง เ ดิ น ต่ อ ไ ป สิ . . . .

บ า ง ที คุ ณ อ า จ จ ะ เ จ อ จุ ด ห ม า ย ที่ คุ ณ ค้ น ห า ม า ต ล อ ด ชี วิ ต

***********************************************************************************************

อืมม...นั่งมั่วอยู่นาน..ก็ออกมาหน้าตาแบบนี้ล่ะนะ..มีความเห็นชอบยังไงก็เมนท์มาได้นาคัฟ

อิคาริ ชินจิ

2005/Sep/26

ตอนนี้อยู่ที่มหาลัย....ไม่รู้ว่าตัวเองจะถ่อมาทำไมแต่เช้า เรียนก็ไม่มีเรียน สอบก็ไม่มีสอบ วู้ยยยย....ให้ตายเถอะแบทแมน

เมื่อคืนก็เข้านอนประมาณ ตีหนึ่ง มัวแต่นั่งทำงานอยู่นาน ง่วงก็ง่วง

แต่พอทำงานเสร็จก็ดันกระแดะนั่งดูหนังอิตาเลี่ยนกับคณพ่ออีก ปังยาอ่อนจิงตู โถ่...ก็หนังมันน่าดูจิง ๆ นี่นา...

ชื่อเรื่อง Runaway เกี่ยวกับ คนอิตาลีคนนึงต้องกลายเป็นฆาตกรทั้ง ๆ ที่ตัวเองบริสุทธิ์ จึงต้องเข้ารับโทษจำคุก 16 ปีฟรี ๆ

แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจหนีไปอยู่ที่ชิลี โดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มคนเถื่อนที่ตกเป็นผู้ต้องหาโดยที่ไม่ผิดเช่นเดียวกับเขา

ทนายของตัวเอกพยายามที่จะช่วยตัวเอกหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยเป็นผลสำเร็จเสียที ทำได้แค่ยืดเวลาออกไปเท่านั้น จนตัวเอกเริ่มตัดใจ

บทสุดท้ายของเรื่องก็จบแบบ Happy Ending โดนเขาได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดี เขาจึงได้รับอิสรภาพเสียที หลังจากที่ต่อสู้ดิ้นรนมานานกว่า 17 ปี กับอีก 18วัน

อ้าว..นี่ตูจะเลาไปทำไมฟะเนี่ย....ไม่ได้มีใครอยากจะรู้เล้ยยย.....

เอาล่ะ....ยังไงก้อขอให้คนที่กำลังสอบอยู่โชคดีนะครับ

สู้ ๆ !!! สู้ตาย !!!

ปอลอ. คราวนี้มีของแถมนิโหน่ย...เป็นรูปที่ผมวาดประกอบ Fic Y ในบอร์ด (วาด + ลงสีได้เน่าพอตัว)

จิ้มที่นี่เพื่อรับชม

ลงนาม

อิคาริ ชินจิ

ณ ห้องคอมคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


edit @ 2005/10/02 10:36:50


Ikari Shinji
View full profile